พี่สาวแต่งงาน “ฉันซื้อรถให้” แต่ตอนฉันคลอดลูกเธอกลับ “ให้แค่ผ้าอ้อม” แต่ข้างในกลับไม่ใช่ผ้าอ้อม!

พี่สาวแต่งงาน “ฉันซื้อรถให้” แต่ตอนฉันคลอดลูกเธอกลับ “ให้แค่ผ้าอ้อม” แต่ข้างในกลับไม่ใช่ผ้าอ้อม!


สื่อต่างประเทศรายงานว่า มีครอบครัวหนึ่งมีพี่น้อง 3 คน แต่ในสายตาพ่อแม่จะรักน้องชายมากที่สุด ฉันและพี่สาวเป็นเด็กเรียนเก่ง คะแนนสอบทุกครั้งก็อยู่อันดับต้นๆของห้อง


ในช่วงที่ฉันกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 2 พ่อกลับบอกให้ฉันและพี่สาวออกจากการเรียนแล้วไปทำงานหาเงิน ส่วนน้องชายก็ให้เล่นซุกซนอยู่ในบ้าน นี่เป็นนัยๆว่าจะให้ส่งน้องชายเรียนต่อมหาวิทยาลัยนั่นเอง


(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

พี่สาวอายุมากกว่าฉัน 3 ปี พี่สาวดีกับฉันมาก ดูแลฉันเป็นอย่างดี จะลุกขึ้นกลางดึกมาห่มผ้าให้ตลอด ฉันและพี่สาวทำงานในโรงงานที่มีที่พักและอาหารให้ ฉะนั้นจึงไม่ค่อยมีค่าใช้จ่ายอื่นๆมาก เงินเดือนกว่า 80% ก็ส่งกลับบ้านจนหมด

เพื่อประหยัดค่ารถไปทำงาน พี่สาวจะกลับบ้านในปีละครั้งนั้นคือช่วงตรุษจีน ฉันและพี่สาวทำงานหาเงินอย่างยากลำบาก ส่วนน้องชายก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยสำเร็จ เมื่อเห็นว่าน้องชายประสบความสำเร็จและเป็นหน้าเป็นตาให้กับครอบครัวก็รู้สึกภาคภูมิใจด้วย แต่ทว่าฝ่ามือของพี่สาวหยาบกร้านมาก เป็นรอยแตกมากมายเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้

พอตกค่ำพี่สาวก็พูดถึงเรื่องความฝันที่อยากเรียนต่อมหาวิทยาลัย

ช่วงที่ฉันอายุ 20 ปี พี่สาวบอกให้ฉันออมเงินให้มากหน่อย อย่าส่งกลับบ้านจนหมด ฉันยิ้มให้พี่สาวเพราะคิดว่าพี่คิดมากไป ฉันยังปลอบใจพี่สาวว่า วันไหนที่เราแต่งงานแม่ต้องให้เงินเราหนามากแน่ เพราะเราทำงานส่งให้แม่จนหมด

พี่สาวบอกว่าฉันยังอายุน้อย ไม่เข้าใจเรื่องหลายๆอย่าง แต่ฉันก็เชื่อฟังพี่สาวมากครั้งนี้ก็เช่นกัน ฉันเชื่อฟังพี่สาวส่งเงินกลับบ้านให้เพียงครึ่งเดียว นอกนั้นเก็บออมไว้

พ่อแม่เริ่มสงสัยว่าทำไมเดือนนี้เงินน้อยจัง ฉันอ้างไปว่าเศรษฐกิจไม่ดี พ่อแม่ก็เชื่อเพราะฉันไม่เคยเหลวไหล เป็นเด็กในโอวาทเสมอ

ต่อมาพี่สาวได้รู้จักกับพี่เขย เขารูปร่างหน้าตาทั่วไปไม่ได้หล่อหรือขี้เหร่มาก แต่เป็นคนที่ซื่อสัตย์ ขยันทำงาน เป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ พี่เขยดีกับพี่สาวมาก ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี หลังจากที่พี่สาวรู้จักกับพี่เขย เธอก็ยิ้มแย้มร่าเริงมาก ก็รู้สึกดีใจกับพี่สาวด้วย


พี่เขยเป็นคนชนบทเช่นกัน ฐานะก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ทำให้พ่อแม่ไม่ยอมให้พี่สาวแต่งงานกับพี่เขย แต่พี่สาวเชื่อมั่นในตัวพี่เขยมาก แอบย่องไปจดทะเบียนสมรสกันแบบเงียบๆ สุดท้ายพ่อแม่ก็ต้องยอมให้แต่งงานกัน และรับเงินค่าสินสอด 100,000 แต่พ่อแม่กลับให้หมอน 2 ใบกับพี่สาวและพี่เขยเท่านั้น ในงานแต่งจัดแบบเรียบง่ายที่สุด เพื่อความประหยัด ฉันยังจำได้ว่าวันนั้นพี่สาวมีความสุขที่สุด


หลายปีที่ผ่านมานี้พี่เขยดีกับฉันมาก ทำให้ฉันรู้สึกตื้นตันใจเก็บเงินให้มากขึ้นเพื่อซื้อรถยนต์ให้พี่สาวและพี่เขย แต่โกหกว่าพ่อเป็นคนซื้อให้ แม้จะเป็นรถมือสองแต่พี่สาวก็รู้สึกดีใจมาก กอดฉันแน่นเลยพร้อมกับร้องไห้ดีใจมาก วันนี้ทำให้ฉันเข้าในสิ่งที่พี่สาวเคยพูดไว้ในอดีต


พี่สาวและพี่เขยหลังแต่งงานก็ออกมาทำค้าขายเอง แม้จะได้กำไรไม่มาก รู้ไหมในวันที่ฉันแต่งงาน พ่อให้ค่าสินสอดทองหมั้นแก่ฉันแค่ 50,000 เท่านั้น หลังแต่งงานสามีก็รักฉันมากเช่นกัน ส่วนแม่สามีก็รักฉันดังลูกแท้ๆ ให้ความรักที่แม่แท้ๆไม่เคยให้ ไม่นานฉันก็คลอดลูกชาย ในวันครบเดือนของลูกชาย พี่สาวและพี่เขยก็รีบมาหาฉัน

หลังจากนั้นผ่านไปไม่กี่วัน เมื่อผ้าอ้อมของลูกชายใช้หมดแล้ว จึงเปิดกล่องผ้าอ้อมที่พี่สาวมอบให้ พอเปิดออกมากลับไม่ใช่ผ้าอ้อม แต่เป็นเงินฉันนับแล้วนับอีกเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 100,000 บาท ฉันรีบส่งข้อความไปให้พี่สาวว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ตอนนั้นน้ำตาของฉันไหลพรากนองหน้า

พี่สาวบอกว่า “ในปีนั้นพี่รู้ดีว่า รถยนต์คันนั้นไม่ใช่พ่อซื้อให้ ไม่มีความเป็นไปได้เลยที่พ่อจะยอมเสียเงินเพื่อพี่ น้องรักของพี่ใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มีซื้อให้พี่ หากไม่มีคำอวยพรและคำหนุนใจให้กำลังใจในวันนั้น พี่เขยและพี่ก็คงไม่มีวันนี้ ตอนนี้พวกเราเริ่มมีเงินบ้างแล้ว และค้าขายก็ไปได้ด้วยดีแม้จะไม่ดีมากมาย แต่พี่ก็ไม่เคยลืมน้องสาวคนนี้นะ”

เมื่อฉันอ่านข้อความของพี่จบ ก็ทำให้รู้สึกยิ่งรักพี่สาวมากขึ้นและมากขึ้น นั้นเป็นเพียงเงินเก็บเล็กน้อย แต่พี่สาวกลับดีต่อฉันขนาดนี้ ขอบคุณฟ้าสวรรค์ที่ทำให้เราได้มาเป็นพี่น้องกันในวันนี้ ถ้าชาติหน้ามีจริงก็ขอให้เราได้มาเป็นพี่น้องกันอีกนะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.